เรื่องย่อ “หย่งเยี่ย”
หลี่หลิน นักฆ่าในยุคปัจจุบัน ติดค้างน้ำใจเพื่อนที่เชื่อใจมากเหมือนเป็นพี่น้อง จึงรับปากทำงานฆ่าคนให้เพื่อนหนึ่งงานโดยไม่คิดค่าตอบแทน จากนั้นยอมถูกพิพากษาติดคุก แต่เพื่อนเขาไม่เชื่อใจว่าเขาจะปิดปากสนิท จึงส่งคนไปลอบฆ่าเขาในคุก ทำให้หลี่หลินอธิษฐานกับตัวเองว่า เกิดชาติหน้าจะไม่ขอเชื่อใจใครเป็นพี่น้องอีก
หลี่หลินไปเกิดใหม่เป็นหนึ่งในเด็กที่ถูก “โหยวหลีกู่” องค์กรนักฆ่ารวบรวมมาคัดเลือกและฝึกฝนให้เป็นนักฆ่า เขาได้เก้าเก้าช่วยคุ้มครองจนผ่านด่านคัดเลือกที่ให้เด็กหนึ่งพันคนฆ่ากันเองจนเหลือเพียงสิบเจ็ดคน จากนั้นหลี่หลินได้รับมอบชื่อ “ซิงหุน” และถูกส่งไปเป็นศิษย์ของยอดฝีมือด้านอาวุธลับและวิชาตัวเบา ชื่อว่าชิงอีเหริน เพื่อเรียนรู้วิชาที่จำเป็นสำหรับนักฆ่า
ระหว่างฝึกฝนวิชาของนักฆ่า ซิงหุนได้พบกับเก้าเก้าอีกครั้ง โดยที่เก้าเก้าถูกส่งไปเป็นศิษย์ของหมอเทวดาที่อยู่ภายในหุบเขา และได้รับมอบชื่อว่า “เยว่พ่อ” เด็กสองคนจึงได้สานสัมพันธ์เป็นเพื่อนสนิทกัน
ซิงหุนฝึกวิชานักฆ่าในโหยวหลีกู่เพียง 3 ปี อายุยังไม่ทันถึง 10 ขวบ ก็ถูกส่งตัวออกจากหุบเขาไปทำภารกิจแรก เป็นภารกิจสวมรอยเป็น “หลีหย่งเยี่ย” โอรสและทายาทเพียงคนเดียวของตวนหวาง อนุชาของฮ่องเต้แคว้นอาน เนื่องจากหน้าตาของซิงหุนเหมือนกับหลีหย่งเยี่ย
ตวนหวางคือพระอนุชาร่วมอุทรเพียงพระองค์เดียวของฮ่องเต้แห่งแคว้นอาน ทั้งยังเป็นยอดแม่ทัพ กุมอำนาจกองทัพส่วนใหญ่ไว้ในมือ นอกจากนี้พระชายาเพียงคนเดียวของตวนหวาง ยังเป็นธิดาโทนของมหาเสนาบดีเฒ่าผู้เป็นที่ไว้วางพระทัยของฮ่องเต้และกุมอำนาจด้านบุ๋นในราชสำนัก
หลีหย่งเยี่ย ทายาทของตวนหวาง เป็นโรคออทิสติก ไม่ยอมพูด อยู่แต่ในโลกส่วนตัว จึงถูกตวนหวางส่งมารักษาตัวกับหมอเทวดาของโหยวหลีกู่
หลังจากที่ซิงหุนฝึกเลียนแบบกิริยาท่าทางของหลีหย่งเยี่ยจนสำเร็จในระหว่างที่หลีหย่งเยี่ยรักษาตัวอยู่ในโหยวหลีกู่ เขาก็ได้รับคำสั่งจากโหยวหลีกู่ให้ฆ่าหลีหย่งเยี่ยตัวจริงเสียเพื่อสร้างจุดอ่อนให้เขาไม่กล้าทรยศ ก่อนจะส่งเขาไปไปหาตวนหวางแทนหลีหย่งเยี่ยตัวจริงที่ถูกเขาฆ่า
จากประสบการณ์ในชาติก่อน ซิงหุนรู้ดีว่าภารกิจที่เสี่ยงที่สุดคือการปลอมตัวสวมรอยเป็นคนอื่น อย่าว่าแต่ตวนหวางยังฉลาดเป็นกรด และท่าทางของตวนหวางเฟย ท่านแม่ของหลีหย่งเยี่ยยังดูแปลกๆ เป็นครอบครัวที่ดูจะมีแต่ปริศนา
ระหว่างที่สวมรอยเป็น “หลีหย่งเยี่ย” ซิงหุนยังได้รับคำสั่งจากโหยวหลีกู่ให้ลอบสังหารผู้คนอีกมากมายเพื่อเพิ่มความผิดให้ไม่สามารถทรยศ ละทิ้งภารกิจหลบหนีจากไปได้
หากดูจากเรื่องย่อ โทนเรื่องจะดูเครียดมาก แต่เนื้อเรื่องถูกปรับให้เบาลงด้วยแนวคิดและการกระทำของหลี่หลิน/ซิงหุน ที่หาความบันเทิงด้วยการใช้ภาพลักษณ์ของเด็กน้อยกลั่นแกล้งเหล่าผู้ใหญ่ในโหยวหลีกู่ กับการเล่นมุกล้อเลียนนิยายกำลังภายในของผู้เขียน และความกะล่อนเอาตัวรอดเก่งมากของหลีหย่งเยี่ย ทำให้อารมณ์ของเรื่องเป็นไปในทางสนุกสนานมีอารมณ์ขัน และชวนลุ้นไปกับตัวเอกว่าจะเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ยากลำบากครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร
สุดท้าย เรื่องนี้ไม่วายค่ะ